
เมื่อวานนี้ไปที่ห้องสมุดพบหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ "ข้าวเกรียบว่าว" พลันทำให้นึกถึงสมัยเด็ก ๆ บ้านผมเขาเรียกข้าวเกรียบว่าวว่า "ขนมโป่ง" คำว่าโป่งแปลว่า พองออก เหมือนกับลูกโป่งนั่นแหละครับ คือมันโป่งออก ขยายออก ดังนั้นขนมโป่งมันก็คือขนมที่นำข้าวเหนียวนึ่งสุก แล้วนำมาตำด้วยครกขนาดใหญ่ ใส่น้ำตาลทรายตำให้เข้ากัน เสร็จมันจะเป็นยางเหนียว นำไปขึ้นรูปด้วยไม้ไผ่กลม นวดให้แบนเป็นแผ่นกลม ๆ เสร็จแล้วนำไปตากให้แห้ง เมื่อแห้งพอดีก็เก็บใส่ถุงพลาสติกไว้ ไม่งั้นมันจะแห้งมาก แล้วกรอบแตกเสียรูปทรง เวลาจะนำมารับประทานต้องนำไปยางไฟด้วยไม้ย่าง พลิกไปมาจนพองออกพอดี จนเหลืองกรอบอร่อย ตอนที่เป็นเด็กแม่จะทำขายตามงานวัดหรือมีบุญบ้าน เมื่อสิบกว่าปีก่อนจะแผ่นละห้าสิบสตางค์ ทุกวันนี้สี่แผ่นสิบบาท ขนมโป่งที่แม่ทำไม่เหมือนที่เขาขายตามตลาดทุกวันนี้ แม่จะใช้ข้าวเหนียวใหม่ ๆ มาทำ แต่ที่ขายตามตลาดเป็นข้าวที่เหลือจนเรียกว่า ข้าวเย็น ราคามันจะถูกหน่อยเขาหาซื้อตามวัด เพราะที่วัดข้าวจะเหลือมาก ๆ กินไม่หมด เสร็จแล้วก็นำมานึ่งใหม่ส่วนขั้นตอนอื่น ๆ ก็เหมือนกันหมด แต่ความอร่อยจะแตกต่างกัน ทุกวันนี้คนที่ทำมีน้อยลง แต่ที่ทำเป็นการค้าก็จะใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วยและหาซื้อข้าวตามวัดอย่างที่กล่าวมาแล้ว ไม่ใช่ข้าวใหม่ ๆ สดหรอก เพราะฉนั้น คนที่เห็นจะมองไม่ค่อยออกหรอกว่าข้าวใหม่หรือข้าวเก่า ยิ่งสมัยใหม่ไม่รู้ใส่งา ใส่สีผสมอาหารเข้าไป ทำให้มีสีสันแปลกไป แทบจะมองไม่รู้เลย แต่หากต้องการรสชาติที่เป็นดั้งเดิมและได้ลิ้มรสข้าวใหม่ ควรเลือกเน้นที่เป็นข้าวเกรียบว่าวสีขาว ๆ สะอาด ๆ นั่นแหละดีที่สุด
หมายเหตุ ขออนุญาตยืมจากเว็บ bloggang นะครับ

น่ากินจัง
Comment by รักบ้านนอก — April 20, 2008 @ 6:57 am
น่ากินจัง
Comment by รักบ้านนอก — April 20, 2008 @ 6:58 am