ปีนี้พ่อเริ่มลงมือทำนาเร็วกว่าทุกปี เพราะปลาย ๆ เมษายน ฝนก็เริ่มตกแล้ว ใช้วิธีแต่ละทุ่งนา ใช้วิธีการทำที่ไม่เหมือนกัน นาที่ลุ่มมาก ๆ ต้องรีบทำก่อนเพื่อน แล้วก็ใช้วิธีการหว่านเอา เพื่อให้ทันกับช่วงน้ำมาก หากใช้วิธีปรักดำ เห็นทีข้าวต้องเน่าในน้ำแน่ ๆ พอทำเร็ว ก็เจอฝนทิ้งช่วง ข้าวที่งอกก็ออกอาการเหี่ยวเฉา ใจก็ได้แต่รอว่าเมื่อไหร่ ฝนจะโปรยปรายมาหน่อย ไม่งั้นเห็นทีต้องแห้งตาย เป็นวัตถุไวไฟแน่เลย

เลยกลางพฤษภา โชคดีฝนเริ่มตกอีกครั้ง ข้าวที่ตายไปบางส่วน ก็ใช้วิธีนำต้นกล้ามาปรักดำ ซ่อมแซมส่วนที่ตายไป ส่วนที่ทนได้ก็เริ่มแตกกอ ทำให้มีหวังบ้าง ปีนี้แม้ข่าวคราวว่าข้าวได้ราคา แต่เวลาขายเราก็เหมือนต้องยอมราคาที่พ่อค้าคนกลางกำหนดอยู่ดี ช่วงนี้มิถุนายน ฝนเริ่มทิ้งช่วงอีกที แต่คราวนี้นาลุ่มยังพอมีน้ำ แต่นาที่ดอน ทำต่อไม่ได้ เพราะไม่มีน้ำเลยต้องคอยฝนอีกที
อีสานบ้านเราสิ่งที่ต้องเจออยู่ตลอดเวลา ก็คือการรอคอย หากฟ้าฝนไม่เป็นใจ เห็นทีลำบาก คั้นจะเข้าไปทำงานในเมืองกรุง ก็คงไม่ไหว สู้ค่าใช้จ่ายไม่ได้ แก่ขนาดนี้จะไปขายแรงงานอะไร จะพอทำได้ ชีวิตก็คงต้องอยู่ตามท้องไร่ท้องนาต่อไปนะ
